มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

เหล็กสัน

สนาม: กานซูข่าวสุทธิ

บทนำ:21 กพ 61 - ที่ว่าการอำเภอเหนือคลอง เครือข่ายปกป้องสิทธิชุมชนคนจังหวัดกระบี่นับร้อยคน นำโดย นายไพโรจน์ บุตรเผียน นายกิจจา ทองทิพย์ ได้รวมตัวกันพร้อมออกแถลงการณ์ กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับทางเครือข่ายปกป้องทะเลสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพา ยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จำนวน 5 ข้อ และยื่นหนังสือผ่านนายอำเภอเหนือคลอง ดังนี้...

สัตว์ร้ายมัวร์

สนาม: ส่านซีเศรษฐกิจจีน

บทนำ: วิพากษ์วิจารณ์ฝั่งผู้มีอำนาจแทบทุกวัน จนมีคดีติดตัวหลายข้อหา หมวดเจี๊ยบ-รทหญิงสุณิสา ทิวากรดำรง กระบอกเสียงพรรคเพื่อไทย แม้โดนคดีตามหลังมากมาย เจ้าตัวยืนยัน ยังทำหน้าที่ต่อไป ช่วงไม่นานมานี้หมวดเจี๊ยบเงียบหาย ทำให้สงสัยหายไปไหน แอบไปพบ นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร เจ๊ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เหมือนเพื่อนสมาชิกพรรคคนอื่นหรือเปล่า ที่พร้อมใจพร้อมหน้าไปหากันอย่างคึกคัก หรือว่าเริ่มได้รับผลกระทบทางด้านคดี โดนขู่จนไม่กล้าออกมาอีกแล้ว

ส่งเงินบาทไทย โปรแกรม random บาคาร่
vnd | <动态当天时间> | อ่าน(583) | แสดงความคิดเห็น(851)
สำหรับความน่าสนใจของกฎหมายฉบับดังกล่าว คือ กำหนดให้วาระการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารและสภาท้องท้องถิ่น เริ่มต้นและสิ้นสุดพร้อมกัน ดังนั้นการเลือกผู้บริหารและสภาท้องถิ่น จะกระทำในวันเดียวกัน ไม่เกิดภาวะเหลื่อมล้ำ ไม่มีการแทงกั๊ก พอลงผู้บริหารไม่ได้แล้วมาลงสภาท้องถิ่น และประชาชนสะดวก สามารถมาใช้สิทธิ์พร้อมกันได้ในคราวเดียว การกำหนดให้กรณีมีการลาออกก่อนครบวาระ【อ่านข้อความเต็ม】
5n9 | <动态当天时间> | อ่าน(295) | แสดงความคิดเห็น(925)
ฉีกข้อเสนอฟันป้อม บิ๊กตู่ฉุนสร้างความสับสน ต่อ ย้อนที ขรกโดนระนาว 21 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
x9x | <动态当天时间> | อ่าน(513) | แสดงความคิดเห็น(736)
ทั้งนี้เมื่อเสนอกฎหมายดังกล่าวต่อ ครมแล้ว ครมคงใช้เวลา 1 เดือนในการตรวจสอบความถูกต้องสอดคล้องกับร่างของคณะกรรมการกฤษฎีกา และของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และน่าจะเสนอเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ได้ปลายเดือนมีค ซึ่งสนชจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 60 วัน ขั้นตอนการทูลเกล้าประมาณ 30 วัน ดังนั้นเร็วที่สุดที่กฎหมายประกาศใช้ได้ คือ ปลายมิย หลังจากนั้นหากรัฐบาลเห็นชอบว่าพื้นที่ใดควรมีการเลือกตั้ง กกตจะใช้เวลาประมาณ 45 วันในการดำเนินการ ซึ่งเป็นไปได้ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นชุดแรกจะเกิดขึ้นประมาณกลางเดือนสค และเป็นการทดสอบฝีมือ กกตชุดใหม่ที่จะเข้ามารับงานดังกล่าวเป็นงานแรก【อ่านข้อความเต็ม】
hjl | <动态当天时间> | อ่าน(978) | แสดงความคิดเห็น(51)
ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง【อ่านข้อความเต็ม】
9hl | <动态当天时间> | อ่าน(728) | แสดงความคิดเห็น(761)
วัดถ้ำวังผาพญานาคราช จอุบลาชธานี ร่วมจัดงานแห่บุญผะเหวด ตามฮีตสิบสอง ประเพณีที่สำคัญของชาวอีสาน โดยจัดอย่างยิ่งใหญ่ นำช้างสองเชือกร่วมแห่อัญเชิญพระเวสสันดร พระนางมัทรี พร้อมด้วยกัณหาและชาลีเข้าเมือง สืบสานตามประเพณีโบราณ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานที่สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำวังผาพญานาคราช ตห้วยไผ่ อโขงเจียม จอุบลราชธานี เหล่าพุทธศาสนิกชน ลูกศิษย์ ชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศ ได้ร่วมกันจัดงานแห่บุญผะเหวดเข้าเมือง ซึ่งเป็นประเพณีประจำปีของชาวอีสานในฮีตสิบสอง โดยในขบวนแห่ได้จัดกันอย่างยิ่งใหญ่ มีช้างพลายสองเชือกร่วมแห่อัญเชิญพระเวสสันดร พระนางมัทรี พร้อมด้วยกัณหาและชาลีเข้าเมืองตามประเพณี และมีคณะนางรำจากชาวบ้านได้รวมใจกันร่วมงานอย่างคึกคัก โดยขบวนแห่ผะเหวดเข้าเมือง ก่อนที่จะเข้าวัดได้มีวงกลองยาว สร้างความสนุกสนามตลอดทั้งเส้นทาง หลวงปู่เพิ่มพันธ์ อนันต์โท เจ้าอาวาสสถานปฏิบัติธรรมถ้ำวังผาพญานาคราช กล่าวว่า ในงานบุญเดือนสี่ หรือบุญผะเหวดของชาวอีสานล่างนี้ ถือเป็นประเพณีสำคัญตามฮีตสิบสอง ที่ช่วยสร้างความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชุมชน และในปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้นำช้างมาร่วมแห่ พร้อมทั้งเป็นการสักการะองค์พญานาคมุจรินทร์ 2 ตน แห่งวัดพญานาคที่ผู้คนให้ความเคารพศรัทธา นอกจากนี้ งานภายในชุมชนจะมีการฟังเทศน์กัณฑ์มัทรี และจะมีกิจกรรมารแห่กัณฑ์หลอนของแต่ละคุ้มบ้าน ที่จะมีชาวบ้านรวมกลุ่มกันมาแห่ต้นเงินเข้าวัด และฟังเทศน์มหาชาติเพื่อความเป็นสิริมงคล บุญผะเหวด หรือบุญพระเวส หมายถึง บุญพระเวสสันดร เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บุญมหาชาติ ชาวอีสานจะนิยมจัดขึ้นในเดือนสี่ (ช่วงเดือนมีนาคม) เป็นบุญประจำปีในฮีตสิบสอง บุญผะเหวดของชาวอีสานถือเป็นงานบุญสำคัญ ชาวบ้านจะจัดให้มีพิธีอย่างใหญ่โต ส่วนมูลเหตุที่มีการทำบุญ มีคติความเชื่อมาจากเรื่องพระมาลัยสูตรว่า พระมาลัยได้ขึ้นไปไหว้พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พบพระศรีอริยเมตไตรย องค์พระศรีอริยเมตไตรยได้ดำรัสสั่งกับพระมาลัยว่า ถ้ามนุษย์อยากพบพระองค์ จงอย่าได้ทำบาปหนัก ได้แก่ ฆ่าบิดามารดา ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้า และยุยงให้พระสงฆ์แตกกัน อนึ่ง ให้ฟังเทศน์เรื่องราวมหาเวสสันดรชาดกให้จบในวันเดียวกัน ฟังแล้วให้นำไปประพฤติปฏิบัติจะได้รับอานิสงส์มาก และจะได้พบพระศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรย เมื่อพระมาลัยกลับมาถึงโลกมนุษย์จึงได้บอกเรื่องราวให้มนุษย์ทราบ ด้วยเหตุนี้ชาวอีสานผู้ปรารถนาจะพบศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย จึงพากันทำบุญพระเวสสันดรสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน 【อ่านข้อความเต็ม】
jl0 | 2021-03-02 | อ่าน(891) | แสดงความคิดเห็น(547)
ยังจบไม่ลงหวยอลเวง30ล ปรีชาข้องใจ4พันคลิปเสียง 21 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
dvv | 2021-03-02 | อ่าน(38) | แสดงความคิดเห็น(669)
n0r | 2021-03-02 | อ่าน(950) | แสดงความคิดเห็น(89)
เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทำความเข้าใจ 261 ศาลทั่วประเทศ กรณีหลักเกณฑ์ปฏิบัติระเบียบ กบศ การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว จัดสินบนนำจับ เพิ่มมาตรการป้องกันจับกุมจำเลยหลบหนีประกันของศาล เตรียมทำ MOU กรมการปกครอง-คุมประพฤติ พร้อมตั้งผู้ใหญ่-กำนันเป็นเครือข่าย วันอังคารที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 6 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พศ2560 นายสราวุธกล่าวว่า ระเบียบนี้ดำเนินการได้หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งประกาศลงราชกิจจาฯ และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 กพ2561 เมื่อระเบียบประกาศใช้แล้วตามมาตรา 9 เงินที่จะใช้เกี่ยวกับระเบียบนี้ จะใช้เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเงินมีค่าปรับในคดีอาญาประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเมื่อศาลใช้ระเบียบเครื่องมือตรงนี้ ศาลจะมีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยทางสำนักงานศาลได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมการปกครอง โดยศาลจะมีการตกลงทำสัญญาเอ็มโอยูในวันที่ 22 กพนี้ สร้างเครือข่ายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลและรับเป็นผู้รายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ด้วย และยังเป็นฐานข้อมูลสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งทางกรมการปกครองก็สามารถสั่งการให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหมือนเครือข่ายเป็นผู้กำกับการติดตามการรายงานตัว รวมถึงฐานข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายสราวุธกล่าว นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กพนี้ ทางศาลยุติธรรมก็จะทำความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการกับกรมคุมประพฤติจะมี 2 ประการ ประการแรกคือ ฐานข้อมูล 6 ล้านคดีทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ศาลใช้ประกอบพิจารณาวินิจฉัยว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ เพราะบางคนกระทำความผิดหลายครั้ง ก็จะอยู่ในฐานข้อมูล อีกทั้งเวลาศาลสั่งสืบเสาะในปัจจุบันนี้ เรายังต้องมีจดหมายนำส่งไปที่กรมคุมประพฤติ แต่ต่อไปเมื่อได้ทำข้อตกลงกับกรมคุมประพฤติ เราใช้ระบบสแกนกระบวนพิจารณาแล้วส่งไปโดยไม่ต้องทำหนังสือนำส่ง ทางกรมคุมประพฤติก็จะรับดำเนินการทำให้รวดเร็ว จะลดขั้นตอนการทำหนังสือส่ง ลดการเซ็นเอกสาร และสิ่งที่สำคัญจะเป็นการดำเนินการตาม พรบกรมคุมประพฤติ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่จะต้องแจ้งคำสั่งต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทางสำนักงานศาลฯ จะจัดทำคู่มือและอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อในทางเทคโนโลยี ทางกรมคุมประพฤติกับศาลทั่วประเทศ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดกระดาษในการติดต่อสื่อสารกัน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ศาลทั่วประเทศจะต้องทราบคือกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ศาลสามารถใช้กลไกตาม พรบฉบับนี้ ในการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวเพื่อให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญตัวตามระเบียบนี้คือ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นคนยากจน ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าพาหนะมารายงานตัวต่อศาล ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถจ่ายเงินในอัตราครั้งละ 300 บาท และนอกเขตศาล 500 บาท หรือถ้าศาลเห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ก็สามารถกำหนดได้ และการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกลไกช่องทางและเครื่องมือที่ทางสำนักงานศาลจะได้แจกจ่ายกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไปใน 23 ศาลนำร่อง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีคนี้ อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กบศ ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว มีสาระสำคัญสรุปว่า สำหรับค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท 2กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล สามารถให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ซึ่งในการกำหนดค่าพาหนะศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ ซึ่งผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย สำหรับผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล, รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับ ตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว ส่วนเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ซึ่งเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยอัตราให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล 1ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 และไม่เกิน 5,000 บาท 2ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท 3กรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท การกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ【อ่านข้อความเต็ม】
pvz | 2021-03-02 | อ่าน(766) | แสดงความคิดเห็น(445)
เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทำความเข้าใจ 261 ศาลทั่วประเทศ กรณีหลักเกณฑ์ปฏิบัติระเบียบ กบศ การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว จัดสินบนนำจับ เพิ่มมาตรการป้องกันจับกุมจำเลยหลบหนีประกันของศาล เตรียมทำ MOU กรมการปกครอง-คุมประพฤติ พร้อมตั้งผู้ใหญ่-กำนันเป็นเครือข่าย วันอังคารที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 6 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พศ2560 นายสราวุธกล่าวว่า ระเบียบนี้ดำเนินการได้หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งประกาศลงราชกิจจาฯ และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 กพ2561 เมื่อระเบียบประกาศใช้แล้วตามมาตรา 9 เงินที่จะใช้เกี่ยวกับระเบียบนี้ จะใช้เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเงินมีค่าปรับในคดีอาญาประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเมื่อศาลใช้ระเบียบเครื่องมือตรงนี้ ศาลจะมีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยทางสำนักงานศาลได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมการปกครอง โดยศาลจะมีการตกลงทำสัญญาเอ็มโอยูในวันที่ 22 กพนี้ สร้างเครือข่ายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลและรับเป็นผู้รายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ด้วย และยังเป็นฐานข้อมูลสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งทางกรมการปกครองก็สามารถสั่งการให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหมือนเครือข่ายเป็นผู้กำกับการติดตามการรายงานตัว รวมถึงฐานข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายสราวุธกล่าว นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กพนี้ ทางศาลยุติธรรมก็จะทำความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการกับกรมคุมประพฤติจะมี 2 ประการ ประการแรกคือ ฐานข้อมูล 6 ล้านคดีทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ศาลใช้ประกอบพิจารณาวินิจฉัยว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ เพราะบางคนกระทำความผิดหลายครั้ง ก็จะอยู่ในฐานข้อมูล อีกทั้งเวลาศาลสั่งสืบเสาะในปัจจุบันนี้ เรายังต้องมีจดหมายนำส่งไปที่กรมคุมประพฤติ แต่ต่อไปเมื่อได้ทำข้อตกลงกับกรมคุมประพฤติ เราใช้ระบบสแกนกระบวนพิจารณาแล้วส่งไปโดยไม่ต้องทำหนังสือนำส่ง ทางกรมคุมประพฤติก็จะรับดำเนินการทำให้รวดเร็ว จะลดขั้นตอนการทำหนังสือส่ง ลดการเซ็นเอกสาร และสิ่งที่สำคัญจะเป็นการดำเนินการตาม พรบกรมคุมประพฤติ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่จะต้องแจ้งคำสั่งต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทางสำนักงานศาลฯ จะจัดทำคู่มือและอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อในทางเทคโนโลยี ทางกรมคุมประพฤติกับศาลทั่วประเทศ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดกระดาษในการติดต่อสื่อสารกัน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ศาลทั่วประเทศจะต้องทราบคือกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ศาลสามารถใช้กลไกตาม พรบฉบับนี้ ในการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวเพื่อให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญตัวตามระเบียบนี้คือ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นคนยากจน ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าพาหนะมารายงานตัวต่อศาล ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถจ่ายเงินในอัตราครั้งละ 300 บาท และนอกเขตศาล 500 บาท หรือถ้าศาลเห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ก็สามารถกำหนดได้ และการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกลไกช่องทางและเครื่องมือที่ทางสำนักงานศาลจะได้แจกจ่ายกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไปใน 23 ศาลนำร่อง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีคนี้ อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กบศ ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว มีสาระสำคัญสรุปว่า สำหรับค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท 2กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล สามารถให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ซึ่งในการกำหนดค่าพาหนะศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ ซึ่งผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย สำหรับผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล, รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับ ตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว ส่วนเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ซึ่งเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยอัตราให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล 1ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 และไม่เกิน 5,000 บาท 2ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท 3กรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท การกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ【อ่านข้อความเต็ม】
0hz | 2021-03-01 | อ่าน(987) | แสดงความคิดเห็น(527)
ทัพซีเรียทิ้งบอมบ์ฝ่ายกบฏ! พลเรือนตายเกลื่อน190ศพ 21 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
nl0 | 2021-03-01 | อ่าน(495) | แสดงความคิดเห็น(787)
เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทำความเข้าใจ 261 ศาลทั่วประเทศ กรณีหลักเกณฑ์ปฏิบัติระเบียบ กบศ การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว จัดสินบนนำจับ เพิ่มมาตรการป้องกันจับกุมจำเลยหลบหนีประกันของศาล เตรียมทำ MOU กรมการปกครอง-คุมประพฤติ พร้อมตั้งผู้ใหญ่-กำนันเป็นเครือข่าย วันอังคารที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 6 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พศ2560 นายสราวุธกล่าวว่า ระเบียบนี้ดำเนินการได้หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งประกาศลงราชกิจจาฯ และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 กพ2561 เมื่อระเบียบประกาศใช้แล้วตามมาตรา 9 เงินที่จะใช้เกี่ยวกับระเบียบนี้ จะใช้เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเงินมีค่าปรับในคดีอาญาประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเมื่อศาลใช้ระเบียบเครื่องมือตรงนี้ ศาลจะมีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยทางสำนักงานศาลได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมการปกครอง โดยศาลจะมีการตกลงทำสัญญาเอ็มโอยูในวันที่ 22 กพนี้ สร้างเครือข่ายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลและรับเป็นผู้รายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ด้วย และยังเป็นฐานข้อมูลสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งทางกรมการปกครองก็สามารถสั่งการให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหมือนเครือข่ายเป็นผู้กำกับการติดตามการรายงานตัว รวมถึงฐานข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายสราวุธกล่าว นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กพนี้ ทางศาลยุติธรรมก็จะทำความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการกับกรมคุมประพฤติจะมี 2 ประการ ประการแรกคือ ฐานข้อมูล 6 ล้านคดีทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ศาลใช้ประกอบพิจารณาวินิจฉัยว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ เพราะบางคนกระทำความผิดหลายครั้ง ก็จะอยู่ในฐานข้อมูล อีกทั้งเวลาศาลสั่งสืบเสาะในปัจจุบันนี้ เรายังต้องมีจดหมายนำส่งไปที่กรมคุมประพฤติ แต่ต่อไปเมื่อได้ทำข้อตกลงกับกรมคุมประพฤติ เราใช้ระบบสแกนกระบวนพิจารณาแล้วส่งไปโดยไม่ต้องทำหนังสือนำส่ง ทางกรมคุมประพฤติก็จะรับดำเนินการทำให้รวดเร็ว จะลดขั้นตอนการทำหนังสือส่ง ลดการเซ็นเอกสาร และสิ่งที่สำคัญจะเป็นการดำเนินการตาม พรบกรมคุมประพฤติ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่จะต้องแจ้งคำสั่งต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทางสำนักงานศาลฯ จะจัดทำคู่มือและอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อในทางเทคโนโลยี ทางกรมคุมประพฤติกับศาลทั่วประเทศ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดกระดาษในการติดต่อสื่อสารกัน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ศาลทั่วประเทศจะต้องทราบคือกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ศาลสามารถใช้กลไกตาม พรบฉบับนี้ ในการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวเพื่อให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญตัวตามระเบียบนี้คือ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นคนยากจน ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าพาหนะมารายงานตัวต่อศาล ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถจ่ายเงินในอัตราครั้งละ 300 บาท และนอกเขตศาล 500 บาท หรือถ้าศาลเห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ก็สามารถกำหนดได้ และการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกลไกช่องทางและเครื่องมือที่ทางสำนักงานศาลจะได้แจกจ่ายกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไปใน 23 ศาลนำร่อง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีคนี้ อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กบศ ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว มีสาระสำคัญสรุปว่า สำหรับค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท 2กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล สามารถให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ซึ่งในการกำหนดค่าพาหนะศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ ซึ่งผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย สำหรับผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล, รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับ ตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว ส่วนเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ซึ่งเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยอัตราให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล 1ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 และไม่เกิน 5,000 บาท 2ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท 3กรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท การกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ【อ่านข้อความเต็ม】
hdh | 2021-03-01 | อ่าน(304) | แสดงความคิดเห็น(101)
เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทำความเข้าใจ 261 ศาลทั่วประเทศ กรณีหลักเกณฑ์ปฏิบัติระเบียบ กบศ การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว จัดสินบนนำจับ เพิ่มมาตรการป้องกันจับกุมจำเลยหลบหนีประกันของศาล เตรียมทำ MOU กรมการปกครอง-คุมประพฤติ พร้อมตั้งผู้ใหญ่-กำนันเป็นเครือข่าย วันอังคารที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 6 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พศ2560 นายสราวุธกล่าวว่า ระเบียบนี้ดำเนินการได้หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งประกาศลงราชกิจจาฯ และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 กพ2561 เมื่อระเบียบประกาศใช้แล้วตามมาตรา 9 เงินที่จะใช้เกี่ยวกับระเบียบนี้ จะใช้เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเงินมีค่าปรับในคดีอาญาประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเมื่อศาลใช้ระเบียบเครื่องมือตรงนี้ ศาลจะมีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยทางสำนักงานศาลได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมการปกครอง โดยศาลจะมีการตกลงทำสัญญาเอ็มโอยูในวันที่ 22 กพนี้ สร้างเครือข่ายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลและรับเป็นผู้รายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ด้วย และยังเป็นฐานข้อมูลสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งทางกรมการปกครองก็สามารถสั่งการให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหมือนเครือข่ายเป็นผู้กำกับการติดตามการรายงานตัว รวมถึงฐานข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายสราวุธกล่าว นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กพนี้ ทางศาลยุติธรรมก็จะทำความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการกับกรมคุมประพฤติจะมี 2 ประการ ประการแรกคือ ฐานข้อมูล 6 ล้านคดีทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ศาลใช้ประกอบพิจารณาวินิจฉัยว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ เพราะบางคนกระทำความผิดหลายครั้ง ก็จะอยู่ในฐานข้อมูล อีกทั้งเวลาศาลสั่งสืบเสาะในปัจจุบันนี้ เรายังต้องมีจดหมายนำส่งไปที่กรมคุมประพฤติ แต่ต่อไปเมื่อได้ทำข้อตกลงกับกรมคุมประพฤติ เราใช้ระบบสแกนกระบวนพิจารณาแล้วส่งไปโดยไม่ต้องทำหนังสือนำส่ง ทางกรมคุมประพฤติก็จะรับดำเนินการทำให้รวดเร็ว จะลดขั้นตอนการทำหนังสือส่ง ลดการเซ็นเอกสาร และสิ่งที่สำคัญจะเป็นการดำเนินการตาม พรบกรมคุมประพฤติ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่จะต้องแจ้งคำสั่งต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทางสำนักงานศาลฯ จะจัดทำคู่มือและอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อในทางเทคโนโลยี ทางกรมคุมประพฤติกับศาลทั่วประเทศ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดกระดาษในการติดต่อสื่อสารกัน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ศาลทั่วประเทศจะต้องทราบคือกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ศาลสามารถใช้กลไกตาม พรบฉบับนี้ ในการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวเพื่อให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญตัวตามระเบียบนี้คือ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นคนยากจน ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าพาหนะมารายงานตัวต่อศาล ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถจ่ายเงินในอัตราครั้งละ 300 บาท และนอกเขตศาล 500 บาท หรือถ้าศาลเห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ก็สามารถกำหนดได้ และการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกลไกช่องทางและเครื่องมือที่ทางสำนักงานศาลจะได้แจกจ่ายกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไปใน 23 ศาลนำร่อง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีคนี้ อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กบศ ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว มีสาระสำคัญสรุปว่า สำหรับค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท 2กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล สามารถให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ซึ่งในการกำหนดค่าพาหนะศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ ซึ่งผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย สำหรับผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล, รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับ ตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว ส่วนเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ซึ่งเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยอัตราให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล 1ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 และไม่เกิน 5,000 บาท 2ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท 3กรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท การกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ【อ่านข้อความเต็ม】
v0p | 2021-03-01 | อ่าน(344) | แสดงความคิดเห็น(657)
ป้าสามพี่น้องเปิดใจทำไมต้องทุบรถจอดปิดทางเข้า-ออก เหตุถูกตลาดนัด 4 แห่งล้อมบ้านจนต้องทนทุกข์มานานเกือบสิบปีจากมลพิษทั้งด้านเสียง ควัน ซ้ำร้ายเจอรถมักง่ายจอดขวางแทบทุกวัน เผยสุดกลั้นเมื่อเจ้าของรถบอกว่าได้ยินเสียงบีบแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ ตำรวจส่งหมายเรียกมือทุบแจ้ง 3 ข้อหา ด้าน ผอเขตอ้างต้องรอคำสั่งศาล เมื่อเวลา 1000 น วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี, นสราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ นสบุญศรี แสงหยกตระการ ได้เปิดแถลงข่าวที่หน้าบ้านพักในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม หลังทั้งสองปรากฏในคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลขณะใช้ขวานและเสียมทุบรถกระบะสีขาวที่จอดขวางประตูบ้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นสบุญศรีกล่าวว่า เดิมซื้อที่ดินนี้มาโดยยังไม่มีตลาด ต่อมามีตลาดเกิดขึ้นทั้งสองฝั่งติดกับบ้าน มีการตั้งเต็นท์โครงเหล็กขนาดใหญ่ เมื่อฝนตกน้ำก็เทเข้าบ้าน ต่อมามีการสั่งให้รื้อถอน แต่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับออกใบอนุญาตซ้อนในพื้นที่ที่กำลังมีคำสั่งคุ้มครอง จนมีการละเลยขยายตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยด้านหน้าเป็นตลาด ด้านหลังเป็นที่จอดรถ เกิดมลพิษทั้งเสียง ควันรถ สร้างความเดือดร้อนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะได้มีการฟ้องร้องและศาลมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ก็ไม่เคยได้รับความคุ้มครองเลย มีการจอดรถขวางหน้าบ้านเกือบทุกวัน สำหรับเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ มีรถกระบะสีขาวมาจอดขวางประตูรั้วหน้าบ้านและล็อกเกียร์ ตนเองและครอบครัวได้ใช้ความพยายามในการตามหาตัวเจ้าของรถเกือบ 30 นาที โดยบีบแตรดังตลอดเวลา และโทรศัพท์แจ้ง 191 จส100 ตามหาเจ้าของรถให้มาเลื่อนออกแล้ว แต่ไม่เป็นผล กระทั่งถึงจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจทุบรถ คือเมื่อเจ้าของรถมาถึง บอกว่าได้ยินเสียงแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ จากนั้นเจ้าของรถก็ยังไม่ยอมเลื่อนรถทันที ยังประวิงเวลาทำธุระอยู่อีกนานเกือบ 30 นาที จึงตัดสินใจใช้เครื่องมือทำลายสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน อยากถามว่าทำได้อย่างไร เมื่อเดินมาถึงแล้วก็ยังเอาของใส่รถ และยังยืนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความผิดของเรา อยากขอความกรุณาอย่ามาสนับสนุนคนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายเหล่านี้ ผู้แถลงกล่าวว่า กรณีที่ต้องเอาสลิงมากั้นขวางหน้าบ้าน เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการเอารถมาขนถ่ายสินค้าหน้าประตูบ้าน เอารถมาจอดประชิดประตู ส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คุณแม่ซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคปอด ต้องเข้า-ออกไปโรงพยาบาลเป็นประจำ แต่รถออกไม่ได้ มีปัญหาเกิดขึ้นเพราะรถมาจอดหน้าบ้านมาโดยตลอด ทำให้ต้องไปอยู่โรงพยาบาลหลายเดือน และตอนนี้ก็เสียชีวิตไปแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านซึ่งพ่อไม่สบาย แต่ก็ออกจากบ้านไม่ได้ ส่วนเพื่อนบ้านอีกคนเกิดอุบัติเหตุในบ้านขาหัก พอรถพยาบาลมาถึงก็เข้าไม่ได้ เพื่อนบ้านบางคนไม่สบายก็ออกจากบ้านไม่ได้ เพราะมีรถมาจอดขวางเช่นเดียวกัน จนถึงขั้นต้องลงไปกราบที่ถนนเพื่อขอร้องก็เคยมาแล้ว เราเดือดร้อนมาก คนที่จอดรถต้องมีจิตสำนึก ป้ายก็มีติดไว้ชัดเจน จะมากล่าวหาว่าบ้านร้าง ถูกบังคับคดีได้ยังไง ส่วนคนที่บอกว่าเราไปทุบถีบรถ ก็เป็นการกล่าวหาเราจากฝ่ายแม่ค้าพ่อค้า ซึ่งเราไม่ได้มีเรื่องกับตลาด แต่เราร้องเรียนกับทางสำนักงานเขต ทั้งนี้ อยากขอให้สื่อเรื่องนี้ไปถึง คสชว่าประชาชนได้ฟ้องร้องไปแล้วก็ยังไม่มีใครฟัง ไม่ได้รับความช่วยเหลือแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนาน นสบุญศรีชี้แจงด้วยว่า ที่มีข่าวในโลกโซเชียลระบุว่า อดีตเคยออกจากบ้านไม่ได้จนทำให้บิดาเสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงมารดาที่ป่วยจึงต้องนำตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาล เพราะกังวลว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา ด้าน พตออลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกกสนประเวศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นสรชนิกร เลิศวาสนา เจ้าของรถกระบะที่ถูกทุบ เข้าแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ และ นสราณี แสงหยกตระการ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 กพนี้ เวลา 1300 น หากไม่มาจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากไม่มาอีกจะพิจารณาขอศาลออกหมายจับ โดยส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนา ซึ่งไม่ใช่บ้านหลังเกิดเหตุ แจ้งรวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร ส่วนการดำเนินคดีกับรถที่กีดขวาง เบื้องต้นได้เปรียบเทียบปรับเจ้าของรถ ในข้อหาจอดรถตรงปากทางเข้าออกอาคารในลัษณะกีดขวางการจราจร มีโทษปรับ 500 บาท ส่วนข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ยังไม่มีการแจ้ง เนื่องจากต้องรอให้ทางเจ้าทุกข์มาแจ้งความก่อน พตออลงกรณ์กล่าวว่า เจ้าของบ้านทั้งหลาย หากพบการจอดรถในลักษณะกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน ให้แจ้งตำรวจเข้าไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้จะเรียกประชุมสำนักงานเขตประเวศ เจ้าของตลาด 3-4 แห่ง ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาแนวทางการป้องกัน แก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก ขณะที่นายธนะสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า บริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 มีตลาดทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ตลาดสวนหลวง 1 ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ซึ่งทั้ง 5 แห่งยังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตลาดจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และสำนักงานเขตประเวศได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สนประเวศ ดำเนินคดีกับเจ้าของตลาด กระทำความผิดฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลปกครองชั้นต้นทบทวนดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้อง และมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2559 ดังนั้น เขตจึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้เพียงเรื่องสุขลักษณะ ความสะอาดของตลาด แผงค้า และผู้ค้าเป็นประจำ รวมถึงการจอดรถ อย่างไรก็ตาม พลตออัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทมได้กำชับให้ดูแลประชาชน รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่เขตไปดูแลในช่วงเวลาเปิดตลาดระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ และในระยะเวลากว่า 1 ปี สำนักงานเขตไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตผังเมืองสีเหลืองประเภท ย3 สามารถสร้างบ้านพักอาศัย ตลาด หรืออาคารสูงไม่เกิน 15 เมตรได้ ในวันนี้ได้หารือร่วมกับเจ้าของตลาด 4 แห่ง ในการจัดเจ้าหน้าที่ของตลาดมาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้านำรถไปจอดบริเวณที่จัดไว้ พร้อมขอความร่วมมือให้บริการจอดรถฟรี โดยมีเพียงตลาดรุ่งวาณิชย์ที่ยังเก็บค่าจอดรถอยู่ แต่ลดจาก 50 บาท เหลือ 20 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กพเป็นต้นไป พร้อมหาพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมให้เพียงพอ ลดการใช้เสียง รวมทั้งการทำความสะอาด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของตลาดเป็นอย่างดี ขณะที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอีก นายธนะสิทธิ์กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
fnx | 2021-02-28 | อ่าน(587) | แสดงความคิดเห็น(102)
หากมีเหตุอันทำให้ร่างใดร่างหนึ่งในสองฉบับต้องถูกตีตกไป จะต้องเริ่มยกร่างใหม่ซึ่งอาจใช้เวลาน้อยหรือมากเพียงใดก็สุดคาดเดา แต่ที่แน่ๆ การเลือกตั้งต้องถูกขยายเวลาออกไปและอาจกลายเป็นหนึ่งในชนวนเหตุเขย่ารัฐบาล 【อ่านข้อความเต็ม】
htp | 2021-02-28 | อ่าน(135) | แสดงความคิดเห็น(177)
เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทำความเข้าใจ 261 ศาลทั่วประเทศ กรณีหลักเกณฑ์ปฏิบัติระเบียบ กบศ การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว จัดสินบนนำจับ เพิ่มมาตรการป้องกันจับกุมจำเลยหลบหนีประกันของศาล เตรียมทำ MOU กรมการปกครอง-คุมประพฤติ พร้อมตั้งผู้ใหญ่-กำนันเป็นเครือข่าย วันอังคารที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 6 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พศ2560 นายสราวุธกล่าวว่า ระเบียบนี้ดำเนินการได้หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งประกาศลงราชกิจจาฯ และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 กพ2561 เมื่อระเบียบประกาศใช้แล้วตามมาตรา 9 เงินที่จะใช้เกี่ยวกับระเบียบนี้ จะใช้เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเงินมีค่าปรับในคดีอาญาประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเมื่อศาลใช้ระเบียบเครื่องมือตรงนี้ ศาลจะมีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยทางสำนักงานศาลได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมการปกครอง โดยศาลจะมีการตกลงทำสัญญาเอ็มโอยูในวันที่ 22 กพนี้ สร้างเครือข่ายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลและรับเป็นผู้รายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ด้วย และยังเป็นฐานข้อมูลสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งทางกรมการปกครองก็สามารถสั่งการให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหมือนเครือข่ายเป็นผู้กำกับการติดตามการรายงานตัว รวมถึงฐานข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายสราวุธกล่าว นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กพนี้ ทางศาลยุติธรรมก็จะทำความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการกับกรมคุมประพฤติจะมี 2 ประการ ประการแรกคือ ฐานข้อมูล 6 ล้านคดีทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ศาลใช้ประกอบพิจารณาวินิจฉัยว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ เพราะบางคนกระทำความผิดหลายครั้ง ก็จะอยู่ในฐานข้อมูล อีกทั้งเวลาศาลสั่งสืบเสาะในปัจจุบันนี้ เรายังต้องมีจดหมายนำส่งไปที่กรมคุมประพฤติ แต่ต่อไปเมื่อได้ทำข้อตกลงกับกรมคุมประพฤติ เราใช้ระบบสแกนกระบวนพิจารณาแล้วส่งไปโดยไม่ต้องทำหนังสือนำส่ง ทางกรมคุมประพฤติก็จะรับดำเนินการทำให้รวดเร็ว จะลดขั้นตอนการทำหนังสือส่ง ลดการเซ็นเอกสาร และสิ่งที่สำคัญจะเป็นการดำเนินการตาม พรบกรมคุมประพฤติ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่จะต้องแจ้งคำสั่งต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทางสำนักงานศาลฯ จะจัดทำคู่มือและอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อในทางเทคโนโลยี ทางกรมคุมประพฤติกับศาลทั่วประเทศ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดกระดาษในการติดต่อสื่อสารกัน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ศาลทั่วประเทศจะต้องทราบคือกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ศาลสามารถใช้กลไกตาม พรบฉบับนี้ ในการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวเพื่อให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญตัวตามระเบียบนี้คือ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นคนยากจน ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าพาหนะมารายงานตัวต่อศาล ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถจ่ายเงินในอัตราครั้งละ 300 บาท และนอกเขตศาล 500 บาท หรือถ้าศาลเห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ก็สามารถกำหนดได้ และการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกลไกช่องทางและเครื่องมือที่ทางสำนักงานศาลจะได้แจกจ่ายกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไปใน 23 ศาลนำร่อง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีคนี้ อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กบศ ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว มีสาระสำคัญสรุปว่า สำหรับค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท 2กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล สามารถให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ซึ่งในการกำหนดค่าพาหนะศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ ซึ่งผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย สำหรับผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล, รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับ ตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว ส่วนเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ซึ่งเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยอัตราให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล 1ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 และไม่เกิน 5,000 บาท 2ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท 3กรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท การกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-03-03

บทความยอดนิยมเงินฟรี ทัวร์คาสิโนลาว| บทความยอดนิยมหน้าหลัก| บทความยอดนิยมเว็บไซต์ BMW Slots ของเมอร์เซเดส - เบนซ์| บทความยอดนิยมพนัน dota2 เงินจริง| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย ทดลอง เล่น สล็อต ฟรี 2019| บทความยอดนิยมเงินฟรี สูตรบาคาร่า89| บทความยอดนิยมมือถือแอปเปิ้ลเกมสล็อต| บทความยอดนิยมสูตร เล่น บา คา ร่า ให้ ใช้ ฟรี เป็น วิทยาทาน| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี ให้เงินเล่นฟรี| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น สูตรเล่นสล็อต gclub| บทความยอดนิยมบา คา ร่า วัน ละ 300| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี ฟรีเครดิตถอนได้2019| เดิมพันฟรี ตารางบอลวันนี| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี @ไลน์ฟรีเครดิต| บทความยอดนิยมslot ฝาก 100| บทความยอดนิยมสล็อตแมชชีน เคลิ้ม| มาเก๊าฟุตบอลเกมออนไลน| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี รีวิวเกมสสล็อต| บทความยอดนิยมบันเทิงตกปลามือถือ Baobo| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย กฎการเล่นพนันบอล| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี พนันออนไลน์ฟรี| บทความยอดนิยมสล็อตแบบจำกัดไลน์| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น วิเคาระห์บอล| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี ทดลองเล่น เกมส์สล็อต ฟรี goldenslot | บทความยอดนิยมเครื่องสล็อตเหรียญเกมออนไลน์| บทความยอดนิยมพนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ํา100| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย ไวล์| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น เล่นบอลให้ได้เงินทุกวัน พันทิป| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี สล็อตแบบจำกัดไลน์| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น สมัครงาน ปอยเปต 2561| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น คาสิโนโปรวันเกิด| บทความยอดนิยมฉันสามารถขายเครื่องสล็อตใน Changzhou ได้ที่ไหน?| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี อัพเลเวลเกมยิงปลา| g888 บา คา ร่| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี แจกเครดิตให้คนเล่นบาคาร่า| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น เกมส์ ยิง ปลา แจก เครดิต ฟรี| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี dafabet เครดิตฟรี | บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย ฟรีสปินไม่ต้องฝากถอนได้| บทความยอดนิยมสมัครคาสิโนออนไลน์ ฟรีเงิน| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี สล็อต เครดิต ฟรี ล่าสุด | บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย คา สิ โน ต่าง ประเทศ| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย happylukeแจก100| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี empire777 ดีไหม pantip| บทความยอดนิยมเครื่องสล็อตเหรียญเกมออนไลน์| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย สล็อตใหม่ล่าสุด| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี เว็บคาสิโนหลัก | บทความยอดนิยมคาสิโนบนมือถือ| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น scr888 แจกเครดิตฟรี| บทความยอดนิยมตู้สล็อต ภาษาอังกฤษ| บทความยอดนิยมเงินฟรี รับเครดิตทดลองเล่นฟรี| โปรโมชั่น แทง บอล แจก เสื้| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย sbobet user ทดลอง เล่น ฟรี| บทความยอดนิยมทักษะการเล่นเกมสล็อตแมช| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย แจกเครดิตฟรี199| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี โปร โม ชั่ น แจก เครดิต ฟรี| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี สูตรเล่น สล็อต ปลาทอง| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย ฟรีเครดิตทดลองเล่น 250 บาท| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น dafabet น่า เชื่อถือ ไหม| เซียนบาคาร่| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี แจก เครดิต แทง บอล ฟรี 2019| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย สูตร สล็อต แพนด้า| บทความยอดนิยมวิธี คำนวณ ไพ่ บา คา ร่า| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี ดู แผนที่ นํา ทาง รถยนต์| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย วิธี เล่น w88 บน มือ ถือ| ทดลองใช้ฟรี ฟรีสปินไม่ต้องฝากถอนได| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี bet365 เครดิตฟรี| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย บาคาร่า ออนไลน์ pantip| บทความยอดนิยมเครื่องสล็อตผลไม้หยอดเหรียญ| บทความยอดนิยมลงทะเบียนเพื่อส่ง 10 หยวนโดยไม่ต้องยื่นขอประมง| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี ประสบการณ์ของคนถูกแจ็คพอต| เล่น สล็อต ออนไลน์ บน มือ ถื| บทความยอดนิยมเงินฟรี คา สิ โน ออนไลน์ ไม่ ต้อง โหลด| บทความยอดนิยมเกมส์ fun88| บทความยอดนิยมเงินจริงเกมตกปลาออนไลน์เพื่อเล่น| โปรโมชั่น วิธี เข้า เล่น sbobe| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย เกมส์อะไรเล่นแล้วได้เงินจริง| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี ฟรีเครดิต100| ส่งเงินบาทไทย สล็อตออนไลน์ ได้เงินจริ| ลงทะเบียนฟรี เล่นสล็อตออนไลน์ผ่านทางมือถื| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย เกมส์slot machine ฟรี| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น vegus24hr ดี ไหม| บทความยอดนิยมเงินฟรี เว็บพนันบอลไทย | บทความยอดนิยมเล่นบอลออนไลน์ เว็บไหนดี| เงินฟรี สล็อตออนไลน์ 88| บทความยอดนิยมศูนย์เกมตกปลา Aishang|